วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554

๐ เค้ามาง้อคืนดีกันนะ ๐




ไ ม่ รู้ จ ริ ง ๆ ทำ ไ ม ถึ ง ช อ บ ง้ อ
ไม่เคยท้อ..แม้เธอ..ดื้อได้ใจซะแบบนี้
ทำหน้าบูดตูดบิดต้องง้อทั้งปี
นิสัยยังงี้...ไม่ให้รักเธอได้ไง

ก ลั บ บ้ า น ไ ป น อ น คิ ด
ก็ดันติด..เปลี่ยนตัวเองก็ไม่ได้
ติดที่ดันรักเธอจนหมดหัวใจ
แล้วจะให้ทำอย่างไร..ที่ต้องเทใจง้อเธอ..

พ ย า ย า ม ม า ห ล า ย วั น ห ล าย คื น
เคอะ เคอะ เขิน เขิน ก็ทำใจเสนอ
สัญญาตัวเอง..จะไม่ง้อ..แต่ใจละเมอ
และก็ต้องมานั่งเหม่อ...อยากง้อเธอทุกที

ว่ า แ ล้ ว ก็ ไ ป ส น อ ง ถึ งบ้ า น
ใจมันรนราน..หัวใจเต้นก็ถี่
ไม่รู้เป็นยังไง..เจอหน้ากัน .. นึกอยากมอบชีวี
เวลาที่ผ่านมา 2 ปี...มีความรู้สึกดีๆให้กันหรือยัง

อ า จ จ ะ รั ก ไ ม่ ทั่ ว ถึ ง
แค่อยากให้ซี้ง..หัวใจคงมีหวัง
อยากให้รู้มีเธอเป็นพลัง
ขอเพียงเธอไม่ชัง..ไงถ้างั้น..ฉันขอคืนดี..


พระอาทิตย์อัสดง

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

๐ ปรารถนา ๐



ปรารถนา"มนู"ผู้เหมือนแม้
คอยชะแง้แลหานภาฝัน
อยากสนิทชิดใกล้ไปทั้งวัน
คงเผลอสั่นหวั่นไหวในค่ำคืน

มีหญิงหนึ่งซึ้งในดวงใจนัก
พร้อมสลักภักดีมีหยิบยื่น
ส่งบรรเลงเพลงคำสุดกล่ำกลืน
ร้องสะอื้นขืนดวงทรวงระทม

เสียงเพรงแผ่วแก้วเอื้อนมิเคลื่อนไหว
สดับนัยใจแป่วแว่วขืนขม
เสียงเพลงถ้อยร้อยส่งคงตรอมตรม
จิตจ่อมจมสมจินต์จนสิ้นใจ

ครวญเพลงรักกลับกลายมลายจาก
ถึงวันพรากจากจรวอนหวนไห้
แสนโศกเศร้าเหงาจิตคิดลาไกล
หมดเยื่อใยใคร่ห่างหว่างฤดี

มิคลายรักสักนิดคิดสักหน่อย
ฤาใจน้อยคอยวันนั้นพาหนี
รำพึงหาเพียงหนึ่งจะพึ่งมี
ฤทัยนี้พลีไว้ให้พี่ยา

ร้อยเรียงคำนำหว่านเพื่อสารรัก
วางถึงตักภักดีที่โหยหา
จะนอบน้อมถ่อมตนจนเพลา
ปรารถนาตราสิทธิ์ลิขิตดวง



พระอาทิตย์อัสดง

~ ละเลงคำ ประพันธ์กลอน ~ (ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒)



             
                                                       
     
๏ ละเลงคำ บ ง่ายดอก          มิใช่หลอกนะพี่หนา
กระบวนคำมินำพา          คละเนื้อความมิงามที
 
๏ กระอักอ่วนจะชวนหัว          ละเลงมั่วระรั่วถี่
สะสมพจน์จรดปี          กะไว้เชียวจะเสียกาล
 
๏ ผสมเอาผสานฝัน          จะแบ่งปันจะร้อยกานท์
บ เว้นว่างจะสืบสาน          ประพันธ์บทประพันธ์

 

พระอาทิตย์อัสดง         
                                      
                     

...ดวงใจไททั้งผอง....ทอดแทบบาทองค์ภูวไนย...๕ ธันวาคม......



บารมีทั่วหล้า          ถิ่นสยาม
ณ.แว่นแคว้นเขตคาม          เกริกก้อง
เอกองค์นรินทร์นาม          ขจรเฟื่อง ฟุ้งเฮย
ทวยราษฎรต่างแซ่ซ้อง          คู่ฟ้าแผ่นดิน


***************

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า..เจ้าของนามปากกา "พระอาทิตย์อัสดง"

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

~ เสียงบรรเลงเพลงไผ่ ~




  ๏ลมพัดประหนึ่งหวิว           ก็สยิวก็หวามไหว
เพียงสบกระทบใจ               นยะจิตก็ชิดตาม
หนึ่งคำกระหน่ำจินต์             มลสิ้น บ ไถ่ถาม
เรียนรู้กระชับความ               รติหวานก็หว่านคำ ๚

๏งามถ้อยเพราะร้อยเรียง       ก็เหมาะเคียงมิเพียงพร่ำ
อ่อนช้อยจะคอยนำ              ดุจลมสิห่มใจ
ยินเพียง ฤ เสียงลม             สุขสม ณ.ลานไผ่
ยอดทิวระริ้วไหว                  ระยะใบจะต้องลม ๚

๏ใบปลิวก็พลิ้วไหว               ดรุใหญ่ก็เชยชม
เหมือนเพลงระเริงสม            กวะเสียงสิเรียงมาน
ร่ายรำกะคำคม                     อภิรมย์ ณ.ถิ่นฐาน
หนึ่งรักสลักนาน                   ก็สดับกระจับใจ ๚

พระอาทิตย์อัสดง


อินทรวิเชียร์ฉันท์  ๑๑



                                                                                      

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554

~ ฤดูอักษร ~ (อินทรวิเชียร์ฉันท์ ๑๑)



๏ ลมหนาว ณ.ครานี้            รมณีมิอาจฝืน
เจ็บช้ำก็กล้ำกลืน               อุระตรม บ สร่างซา
เหมันตผันผ่าน                  ผิวรานสะท้านหา
ร้อยเรียงสิเคียงพา              สติมั่นจะจดจาร ๚

๏ เพียงจิตลิขิตฝัน             ปฎิพันธ์และสืบสาน
หนึ่งพจน์จรดนาน              บ มิหวังมลายลง      
คืนค่ำฤดีนี้                      อดิถีจะซื่อตรง    
รำพัน ณ ไพรพง               ขณะใจก็แพรวพราว ๚
 
๏ สายลมสบัดพลิ้ว             มนหวิวและเหน็บหนาว
หนึ่งน้อมถนอมดาว             ก็กระจ่างสว่างตา     
คมคำ ณ. ลานจิต              ระดะมิตรจะใฝ่หา   
ถักถ้อยละมุนมา                 เพราะละไมก็ไขขาน ๚


พระอาทิตย์อัสดง


ขอขอบคุณภาพจาก Mr.Lan Barber - Google +  (Thanks for your photo)

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

"หนาวน้ำค้าง"




หนาวน้ำค้างค้างกลางบางยอดหญ้า
หนาวอุราราตรีวจีเผลอ
หนาวทุกคราคราใจใฝ่ละเมอ
หนาวจนเพ้อเพ้อลอยคอยหนึ่งใคร

หนาวยังหนาวคราวนี้นี้หนาวเหน็บ
หนาวจนเจ็บเก็บกดกดเอาไว้
หนาวร้าวรานผ่านทรวงทรวงม่านใจ
หนาวหวั่นไหวใครหนึ่งหนึ่งผูกพัน

หนาว-ว่าหนาวหนาวกว่าคราไหนไหน
หนาว-กว่าใครใครซึ้งคนึงฝัน
หนาวเนื้อนวลนวลครวญจวนนิรันดร์
หนาวทุกวันวันนี้ที่หนาวใจ

พระอาทิตย์อัสดง

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ ฤาแค่อดีต ~



เสียงบรรเลงเพลงดังกังวานก้อง
ท่วงทำนองเนื้อหาพาหนวกหู
แสงสีสันวันนี้ที่มองดู
ช่างหดหู่ผู้คนป่นเปไป

เสียงรถยนต์แล่นผ่านเมื่อวานนั้
ทำเอาฝันยันเช้าเฝ้าไฉน
จนเวียนหัวตัวร้อนวอนด้วยใจ
เมืองวิไลใยป่วนให้ปวนแปร

แม้ผักหญ้าพืชผลจนใบไม้
เป็นพิษภัยใครกันนั้นแยแส
ทำนิ่งนิ่งทิ้งไปไม่ดูแล
ให้เป็นแผลแท้นักปักดวงใจ

กลิ่นควันพิษริดรอนป้อนเข้าสู่
ขอวอนผู้รู้ความช่วยถามไถ่
ขออากาศบริสุทธิ์จุดภายใน
ส่งสดใสไหลผ่านนานเท่านาน

เพียงหนึ่งครั้งหลังจากนี้ที่ร้องขอ
เพียงเกิดก่อรอหวังกำลังสาน
เพียงอยากให้บ้านเมืองเรืองตำนา
เพียงขับขานผ่านกลอนวอนจากใจ


พระอาทิตย์อัสดง

~ เพราะหัวใจยังรัก ~



ค ง เ พ ร า ะ หั ว ใ จ มั น ยั ง รั ก
หรือเธอจักลืมแล้วในทุกสิ่ง
ก่อนนั้นที่เคยแอบอิง
ไม่เคยนิ่งทิ้งให้เดียวดาย
.......
ห า ก ว่ า ยั ง อ่ อ น ล้ า
ให้มองมาหาคนนี้ไม่มีหาย
บอกให้รู้ว่าไม่เคยกลับกลาย
เพราะฉันตายไปกลับใจ...ของเธอ
.......
แ ม้ หั ว ใ จ... ยั ง มี ค น เ ก่ า
ฉันจะเฝ้าเอาใจให้เสมอ
ให้เธอรู้ว่าจะไม่เก้อ
ไม่ให้เพ้ออยู่คนเดียว
.......
แ ผ ล ที่ ใ จ โ ป ร ด ใ ห้ ฉั น รั ก ษ า
ฉันขอสัญญาจะไม่ให้เปล่าเปลี่ยว
ต่อดวงจันทร์รูปเคียว
จะไม่เหลียวมองใครใคร
.......
จ ะ ด้ ว ย เ ห ตุ ผ ล ร้ อ ย พั น ก็ ต า ม
จงอย่าถาม...ฉันรักเธอไหม?
รักซะยิ่งกว่าดวงใจ
แล้วทำไม...ถึงทำร้ายกันด้วยการจากลา


พระอาทิตย์อัสดง


วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ ตะวันยอแสง ~



ภูผานภาหมอก
พรรณไม้ดอกออกสดใส
เบ่งบานถึงลานไพร
เช้าผลิใบให้งอกงาม

ตะวันประชันแสง
ไม้ทแยงแข่งอร่าม
ลมพัดสบัดตาม
อยู่ในท่ามกลางพนา

หมู่มวลนีรจร
ว่ายวนซ่อนอ้อนวหา
ดำผุดฉุดเพลา
เหล่านกการ่าเริงชล


พระอาทิตย์อัสดง


~ กล่อมไพร ~



แสงอรุโณทัย .. ในยามเช้า
สายลมเบาเย้ายวนรัญจวนหา
แนวไพรสณฑ์สายธารตระการตา
ธรรมชาติสร้างมา .. พาภิรมย์

แสงจรดสดใส .. สู่ผืนดิน
ไอกรุ่นกลิ่นถิ่นแถนแดนสุขสม
ทิชากรกู่ก้องร้องเชยชม
กอดเกลียวกลมกลางไพร .. ใต้ร่มเงา

ชลธารม่านไหว .. ไหลรินผ่าน
บุหงาบานลานรวงพวงเฉลา
กลีบใบขาวพราวพร่างช่างพริ้มเพรา
เป็นเทือกเถาเหล่าไม้ .. ในพนา


พระอาทิตย์อัสดง

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

๐ หมูปิ้ง ๐



ณ.เมืองหนึ่งในทางตอนใต้ของประเทศจีน

น้องหญิง เป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องมาร่ำเรียนไกลถึงต่างบ้านต่างแดน เป็นเวลานานเกือบ 5 ปี ได้แล้ว กับการเรียนหนังสือที่เมืองจีน  การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ อาหารการกินก็ดี  ล้วนแต่ต้องปรับตัวทั้งนั้น  แต่มีอย่างหนึ่งที่น้องหญิงไม่คุ้นและรู้สึกอึดอัดกับมันคือ เรื่องอาหารการกิน

อาหารของจีนรสชาติจะจืดชืดและเค็ม อาหารทุกประเภทแทบจะมีแต่น้ำมันลอยหน้าก็ว่าได้ รสชาติอาหารจะไม่กลมกล่อมแบบบ้านเราทำให้ การกินอยู่เป็นไปอย่างลำบากแต่ยังไงก็คงต้องทน

น้องหญิงนั่งนับวันรอให้ถึงเวลาที่จะกลับเมืองไทยจะได้ไปทานอาหารอร่อยๆถูกปาก อีกไม่กี่วันแล้วสินะที่จะถึงวันเดินทางกลับเมืองไทย

และแล้วก็ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับเมืองไทยก็มาถึง น้องหญิงคิดอยู่ในใจเสมอกลับเมืองไทยจะกินให้พุงกางเลย นั่งเครื่องแทบจะหยุดหายใจก็ว่าได้กับการนับเวลาถ้อยหลังให้ถึงเมืองไทยโดยเร็ว

ถึงสนานบินสุวรรณภูมิ มีคนมารอรับอยู่แล้ว ระหว่างทางนั่งรถกลับบ้าน น้องหญิงได้แต่มองข้างทางว่าจะมีอะไรให้ซื้อติดไม้ติดมือมาทานในรถบ้าง  สายตาได้แต่มองไปนอกหน้าต่าง เห็นแล้วสายตาหยุดกึกที่รถเข็ญคันหนึ่ง น้องหญิงได้ตะโกนบอกคนขับรถให้หยุดรถและจอดข้างทาง

เดี๋ยวน้องหญิงขอลงไปซื้อของสักแป๊ปนะค่ะ ว่าแล้ว ก็กระโดดลงรถไปอย่างว่องไวไม่รอช้า 

แม่ค้าค่ะ หนูปิ้งไม้ล่ะเท่าไหร่ค่ะ

ไม้ล่ะ 5 บาทจ๊ะ

งั้นหนูเอา 10 ไม้นะค่ะ ว่าแล้วก็ควักเงินในกระเป๋า อุ้ย! ตายแล้วลืมไปเราไม่มีเงินไทยเลยเรายังไม่ได้แลกเลย ทำไงดี

แม่ค้าเดี๋ยวหนูกลับมาเอาเงินที่รถก่อนนะค่ะ
จ๊ะ เดี๋ยวปิ้งเสร็จแล้วใส่ถุงไว้ให้

น้องหญิงวิ่งกลับไปที่รถพร้อมกับยืมเงินคนขับ

พี่นก ค่ะ น้องหญิงของยืมเงินหน่อยได้ไหมค่ะ ไม่มีเงินไทยนะค่ะ ยังไม่ได้แลก เอามาให้หญิงยืมก่อนสัก 100 บาท กลับบ้านแล้วหญิงจะเอาคืนให้นะค่ะ

น้องหญิงได้เงินเสร็จ หวังวิ่งกลับไปเอาหมูปิ้งที่กำลังรออยู่ หันกลับไปในระยะห่างไม่ถึง 100 เมตร แม่ค้าวิ่งหน้าตั้งเข็นรถหมูปิ้งไปด้วย มีชายหนุ่ม 2คนวิ่งตามไปติดๆ

กำ อดกินหมูปิ้งยังไม่ทันได้กินหมูปิ้งเลย แม่ค้าวิ่งหนีเทศกิจให้ลับไปกับตา เนี่ยถ้าได้วิ่งแข่งคงชนะที่ 1แน่เลย

ทันใดนั้น.....

น้องหญิงก็ต้องตกใจตื่น พร้อมกับเสียงนาฬิกา 8.00 โมงเช้าแล้ว

ได้แต่ส่ายหัวแล้วบ่นพรึมพรำในลำคอ "ขนาดฝันยังไม่ให้เค้ากินเลย" ดูช่างทำร้ายจิตใจกันได้


พระอาทิตย์อัสดง

25-11-2011

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ ไม่มีบทกวีหวานที่บ้านฉัน ~


ไม่มีบทกวีหวานที่บ้านฉัน
ไม่มีจันทร์พันดาวที่พราวฟ้า
ไม่มีแล้วแม้แต่วันเวเลา
ไม่มีใครโหยหาเหมือนครานั้น

บทกวีที่หวานกานท์นับร้อย
เป็นเพียงถ้อยน้อยค่าไม่พาฝัน
ถึงจะหว่านผ่านไปไม่ถึงจันทร์
กี่ตะวันชั้นฟ้าค่าควรมอง

ได้แต่เพียรเขียนคำลำนำหวาน
หวังเพียงจารสารคำไม่ทำหมอง
สือภาษาคุณค่าน่าจับจอง
เพียงประคองลองคำจำใส่ใจ

อยากจะเรียนเขียนลงตรงอักษร
อยากจะอ้อนป้อนคำทำหวั่นไหว
อยากรู้หลักมักเผลอเพ้อความใน
อยากเขียนไปให้สุขทุกเพลา
*******

พระอาทิตย์อัสดง

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ เพียงสายลมพัดผ่าน ~



เพียงสายลมพัดผ่านให้ซ่านไหว
ประหนึ่งใจใคร่หวิวสยิวหวาม
ลมรายล้อมพร้อมรับกระชับตาม
เหมือนนัยความยามเขียนเรียนรู้ใจ

เพียงหนึ่งบทพจน์งามท่ามอักษร
อรชรอ่อนช้อยคล้อยหวั่นไหว
ดุจสายลมพรมพลิ้วลงผิวใบ
ยินเสียงไผ่ไม้งามยามต้องลม

เป็นทำนองเสียงเพราะเสนาะโสต
เหมือนเพลงโปรดขับขานมานสุขสม
ร่ายอักษรป้อนคำลำนำคม
หนึ่งอารมณ์ชมรักสลักนัย


**********


 พระอาทิตย์อัสดง

วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ ความทรงจำในลมหนาว ~



หวนไห้ใจอาวรณ์
เกินถอดถอนให้ผ่อนหาย
ลมหนาวร้าวใจกาย
พัดสลายพ่ายแรงลม

คิดครวญรัญจวนหา
ห่างสายตามิพาสม
ร้างไกลใจตรอมตรม
ให้ขื่นขมระทมใจ

ลมหนาวในคราวนี้
เหน็บชีวีมีสั่นไหว
คิดถึงซึ่งคนไกล
ลาจากไปไม่กลับมา

ความเจ็บเก็บจดจำ
เสมือนย้ำคำไร้ค่า
จบสิ้นให้ชินชา
เหมือนเวลาพาหยุดเดิน

พระอาทิตย์อัสดง

วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ หลงมนตร์ กลอักษร ~


เน้นอักษรจรจารผ่านลายสือ
ฝีกฝีมือถือความตามผู้ใหญ่
จินตนาภาษามาสู่นัย
บรรจงไว้ในคำลำนำกลอน

ใจเริงร่าท้าทายร่ายลีลา
กายวาจาหลงมนตร์กลอักษร
เขียนทุกบทจดไว้ในทุกตอน
หวังออดอ้อนป้อนซ้ำคำกินใจ


พระอาทิตย์อัสดง

~ หนาวรัก ~



๐ หนาวเนื้อน้องร้องร่ำ..พร่ำในอก
จิตมันตกรกร้างพรางหวั่นไหว
กายมันหนาวร้าวรวดปวดทรวงนัย
อยากมีใครไหนหนึ่ง..คิดถึงเรา

๐ ไร้คนกอด..นอนก่ายหมายพิงพัก
ไร้คนรักปักใจให้คลายเหงา
ใจมันฝืนคืนนี้ไม่มีเงา
เก็บความเศร้าเฉาไป..ในคำลวง

๐ จะหนาวนี้หนาวไหน..ยังใคร่เจ็บ
ยังคงเหน็บเก็บไว้ลึกในห้วง
เหมือนคำรักกลับกลอกหลอกช้ำทรวง
ดับแดดวงบ่วงเล่ห์เพทุบาย

๐ พิษเป็นแผลแพ้รัก..ที่ปักอก
ตกนรกหมกไหม้ไม่อาจหาย
หากยังหนาวร้าวรานผลาญใจกาย
เพียงหนึ่งชายหมายปอง..กับสองใจ


พระอาทิตย์อัสดง

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ วิหงค์หลงวนวัน ~



วิหงค์หลงวนวัน
รังสิมันต์พลันสาดแสง
ลมพัดสะบัดแรง
กระจ่างแจ้งแห่งตะวัน

นทีที่หลั่งไหล
คล้ายดวงใจให้เฝ้าฝัน
คงมีแสงแห่งจันทร์
ทอนิรันดร์เหมือนวันวาน

ภูผาเมื่อคราก่อน
ไม้ขจรย้อนสืบสาน
บุปผาพาเบ่งบาน
เป็นตำนานกาลต่อไป

พระอาทิตย์อัสดง

~ หนึ่งหนาว ~




หนึ่งคนต้องทนหนาว
หนึ่งใจสาวร้าวหม่นหมอง
หนึ่งร่ำน้ำตานอง
หนึ่งรักสองต้องห้ามใจ

หนึ่งนี้ที่จำนนท์
หนึ่งเล่ห์กลปนสงสัย
หนึ่งคำพร่ำความนัย
หนึ่งดวงใจยังให้คุณ

หนึ่งรักประจักษ์แน่
หนึ่งรักแท้แพ้ไออุ่น
หนึ่งภักดิ์มักเจือจุน
หนึ่งใจลุ้นบุญหนุนนำ


พระอาทิตย์อัสดง

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

~ เติมเต็ม ~



ห่วงใยใครคนหนึ่ง
ทำคิดถึงจึงหวั่นไหว
อบอุ่นกรุ่นฤทัย
แม้ห่างไกลให้ห่างกัน

มินานกาลเวลา
จะผ่านมาพาสุขสันต์
มาจบพบผูกพัน
นิจนิรันดร์มั่นดวงใจ

**********

เพียงเพราะใจใคร่ห่วงหวงใครหนึ่ง
อยากลึกซี้งตรึงใจให้คนนั้น
เพียงผ่านพบสบตาพาผูกพัน
แม้ห่างกันวันนี้ที่ไกลเกิน

มีเพียงวันเวลาพาใจอุ่น
ยังครุกรุ่นอุ่นไอใฝ่คอยเสริม
มีเพียงกันฝันไปใจดวงเดิม
จะเพียรเพิ่มเติมเต็มทุกห้องใจ

**********

พระอาทิตย์อัสดง

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

I Finally Found Someone



[Bryan:] I finally found someone, who knocks me off my feet;
[Bryan:] I finally found the one who makes me feel complete...
[Barbara:] It started over coffee, we started out as friends;
[Barbara:] It's funny how from simple things; the best things begin...
[Bryan:] This time is different;
[Barbara:] la la la la
[Bryan:] It's all because of you!..
[Bryan:] It's better than it's ever been;
[Together:] Cuz we can talk it through;
[Barbara:] My favorite line was "Can I call you sometime?";
[Barbara:] It's all you had to say...
[Together:] To take my breath away...

[Together:] This is it!
[Together:] Oh, I finally found someone; Someone to share my life;
[Together:] I finally found the one - to be with every night;
[Barbara:] Cause whatever I do
[Bryan:] It's just got to be you!
[Together:] My life has just begun, I finally found someone...

[Bryan:] Did I keep you waiting?
[Barbara:] I didn't mind
[Bryan:] I apologize
[Barbara:] Baby, that's fine
[Bryan:] I would wait forever
[Together:] Just to know you were mine;
[Bryan:] Ya Know - I love your hair...
[Barbara:] Are you sure it looks right?
[Bryan:] I love what you wear...
[Barbara:] Isn't it too tight?
[Bryan:] You're exceptional!
[Together:] I can't wait for the rest of my life...

[Together:] Oh This Is It!
[Together:] I finally found someone; Someone to share my life,
[Together:] I finally found the one; to be with every night...
[Barbara:] Cause whatever I do
[Bryan:] It's just got to be you
[Together:] My life has just begun; I finally found someone...
[Barbara:] And whatever I do.
[Bryan:] It's just got to be you!
[Barbara:] My life has just begun...




Tiffany - All this Time



All this time I knew some day you'd need to find
Something that you left behind
Something I can't give you
All these tears And like a night love disappears
Heart's so good for souv'niers
 And mem'ries are forever
All This time On and on I've no regrets
The sun still shines the sun still sets
And the heart forgives, the heart forgets
 Oh what will I do now with all this time?
One more kiss
Even though it's come to this
I'll close my eyes and make a wish
 Hoping you'll remember

All this time On and on I've no regrets
The sun still shines the sun still sets
The heart forgives the heart forgets
 But what will I do now with all this time
Say Goodbye Apart we'll make another try
Don't be sorry if you cry I'll be crying too
On this day....
All this time On and on I've no regrets
The sun still shines the sun still sets
The heart forgives the heart forgets
 But what will I do now with all this time
Oh what will I do now...
With all this time(slowly)



วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Basia - Cruising for Bruising



Cry Come to me and cry
I know, I know, I
know it's not easy
Your heart is aching
But so is mine,
How can I tell you Why

For so long, so
long, so long,
I've been thinking
Now I know
I can't live a lie
They say true love
lasts forever
If we want it
There will be waiting

A second chance
Baby but now we need time
Time to learn
Time to understand
Where we went wrong
'Cause I feel so strong
We are cruising for bruising
My Baby

Go I must let you go
Don't stop, don't stop
'cause it's better now
When I still love you
Don't say goodbye
So bye for now,
don't let it die
'cause we can try
some other time


Violin



Beautiful  Melody

Simon and Garfunkel Bridge Over Troubled Water



When you're weary, feeling small,
When tears are in your eyes, I will dry them all;
I'm on your side. When times get rough
And friends just can't be found,
Like a bridge over troubled water
I will lay me down.
Like a bridge over troubled water
I will lay me down.
When you're down and out,
When you're on the street,
When evening falls so hard
I will comfort you.
I'll take your part.
When darkness comes
And pains is all around,
Like a bridge over troubled water
I will lay me down.
Like a bridge over troubled water
I will lay me down.

Sail on silvergirl,
Sail on by.
Your time has come to shine.
All your dreams are on their way.
See how they shine.
If you need a friend
I'm sailing right behind.
Like a bridge over troubled water
I will ease your mind.
Like a bridge over troubled water
I will ease your mind.





Andrea Bocelli - Vivo Per Lei



Vivo per lei da quando sai
la prima volta l’ho incontrata,
non mi ricordo come ma
mi è entrata dentro e c’è restata.
Vivo per lei perchè mi fa
vibrare forte l’anima,
vivo per lei e non è un peso.

Vivo per lei anch’io lo sai
e tu non esserne geloso,
lei è di tutti quelli che
hanno un bisogno sempre acceso,
come uno stereo in camera,
di chi è da solo e adesso sa,
che è anche per lui, per questo
io vivo per lei.

È una musa che ci invita
a sfiorarla con le dita,
attraverso un pianoforte
la morte è lontana,
io vivo per lei.

Vivo per lei che spesso sa
essere dolce e sensuale
a volte picchia in testa ma
è un puguo che non fa mai male.

Vivo per lei lo so mi fa
girare di città in città,
soffrire un po’ma almeno io vivo.

È un dolore quando parte.
Vivo per lei dentro gli hotels.
Con piacere estremo cresce.
Vivo per lei nel vortice.
Attraverso la mia voce
si espande e amore produce.

Vivo per lei nient’altro ho
e quanti altri incontrerò
che come me hanno scritto in viso:
io vivo per lei.

Io vivo per lei
sopra un palco o contro ad un muro
Vivo per lei al limite.
…anche in un domani duro.
Vivo per lei al margine.
Ogni giorno
una conquista,
la protagonista
sarà sempre lei.

Vivo per lei perchè oramai
io non ho altra via d’uscita,
perchè la musica lo sai
davvero non l’ho mai tradita.

Vivo per lei perchè mi da
pause e note in libertà.
Ci fosse un’altra vita la vivo,
la vivo per lei.

Vivo per lei la musica.
Io vivo per lei.
Vivo per lei è unica.
Io vivo per lei.
Io vivo per lei.
Io vivo




Koji Tamaki - Ikanaide



Nanimo, Mienai   Nanimo
Zutto, Na     ite  ta
Dakedo,    Kanashiin janai
Ata takai ,Anata   ni, Furetanoga ,Ureshikute
Aa...
Ikanaide, Ikanaide,
Itsumademo, Zutto,Hanasana    i  de
Aa...
Ikanaide,   Ika   nai     de,
Konomama de.....

Itsuka  Kokoro wa  Itsuka
Tooi       dokoka de
Min'na      Omoide ni naruto
Shiranakute iino   ni, Shiranakute iino   ni
Aa...
Ikanaide, Ikanaide,
Don'na toki demo Hanasanai   de
Aa...
Ikanaide,   Ika   nai     de,
   
Konomama de.....


Aa...
Ikanaide, Ikanaide,
      
Itsumademo, Zutto,Hanasana   i de
Aa...
Ikanaide,   Ika   nai     de,
  
Konomama de.....

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

"Hold My Hand "




With a little love, and some tenderness
We'll walk upon the water
We'll rise above this mess
With a little peace, and some harmony
We'll take the world together
We'll take 'em by the hand
'Cause I've got a hand for you
'Cause I wanna run with you
Yesterday, I saw you standing there
Your head was down, your eyes were red
No comb had touched your hair
I said get up, and let me see you smile
We'll take a walk together
Walk the road awhile, 'cause
'Cause I've got a hand for you
I've got a hand for you
'Cause I wanna run with you
Won't you let me run with you? yeah
Hold my hand
Want you to hold my hand
Hold my hand
I'll take you to a place where you can be
Hold my hand
Anything you wanna be because
I wanna love you the best that, the best that I can
See I was wasted, and I was wasting time
'Till I thought about your problems, I thought about your crimes
Then I stood up, and then I screamed aloud
I don't wanna be part of your problems
Don't wanna be part of your crowd, no
'Cause I've got a hand for you
I've got a hand for you
'Cause I wanna run with you
Ah, won't you let me run with you?
Hold my hand
Want you to hold my hand
Hold my hand
I'll take you to the promised land
Hold my hand
Maybe we can't change the world but
I wanna love you the best that, the best that I can, yeah
Hold my hand
Want you to hold my hand
Hold my hand
I'll take you to a place where you can be
Hold my hand
Anything you wanna be because
I...Oh...No, No, No, No, No
Hold my hand
Want you to hold my hand
Hold my hand
I'll take you to the promised land
Hold my hand
Maybe we can't change the world but
I wanna love you the best that, best that I can
Oh, The best that I can

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Need You Now



Picture perfect memories scattered all around the floor,
Reachin for the phone cause i cant fight it anymore,
And I wonder if I ever cross your mind
For me it happens all the time,

(Chorus)
It's a quarter after one, im all alone and I need you now
I said i wouldnt call but I lost all control and I need you now
And i dont know how I can do without, I just need you now

Another shot of whisky cant stop lookin at the door
Wishin you'd come sweepin in the way you did before
And I wonder if I ever cross your mind,
For me it happens all the time..

(Chorus)
Its a quarter after one im a little drunk and I need you now
I said i wouldnt call but I lost all control and I need you now
And I dont know how I can do without
I just need you now

Guess i'd rather hurt than feel nothing at all...

Its a quarter after one im all alone and I need you now,
and I said I wouldnt call but im a little drunk and I need you now
and I dont know how I can do without,
I just need you now
I just need you now

Ohh baby I need you now





วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Angel



Spend all your time waiting for that second chance
For the break that will make it OK
There's always some reason to feel not good enough
And it's hard at the end of the day
I need some distraction or a beautiful release
Memories seep from my veins
Let me be empty and weightless and maybe
I'll find some peace tonight

Chorus :
In the arms of the Angel far away from here
From this dark, cold hotel room, and the endlessness that you feel
You are pulled from the wreckage of your silent reverie
You're in the arms of the Angel, may you find some comfort here

So tired of the straight line, and everywhere you turn
There's vultures and thieves at your back
The storm keeps on twisting, you keep on building the lies
That make up for all that you lack
It don't make no difference, escape one last time
It's easier to believe
In this sweet madness, oh this glorious sadness
That brings me to my knees



Hero



Would you dance
if I asked you to dance?
Would you run
and never look back?
Would you cry
if you saw me cry?
And would you save my soul, tonight?

Would you tremble
if I touched your lips?
Would you laugh?
Oh please tell me this.
Now would you die
for the one you loved?
Hold me in your arms, tonight.

I can be your hero, baby.
I can kiss away the pain.
I will stand by you forever.
You can take my breath away.

Would you swear
that you'll always be mine?
Or would you lie?
would you run and hide?
Am I in too deep?
Have I lost my mind?
I don't care...
You're here tonight.

I can be your hero, baby.
I can kiss away the pain.
I will stand by you forever.
You can take my breath away.

Oh, I just want to hold you.
I just want to hold you.
Am I in too deep?
Have I lost my mind?
I don't care...
You're here tonight.

I can be your hero, baby.
I can kiss away the pain.
I will stand by your forever.
You can take my breath away.

I can be your hero.
I can kiss away the pain.
And I will stand by you forever.
You can take my breath away.
You can take my breath away.

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

~ เสน่ห์หา ที่ตราตรึง ~



๏ รัดตรึงถึงทรวงในกายของเจ้า
ให้ร้อนผ่าวอิงแอบแนบแก้มใส
มือกวัดแกว่งลูบโลมโฉมดวงใจ
ฟังเสียงร้องระทมไหม้ในสุขจริง.....toy

 
๏ ใจหวิวหวิวแผ่วครวญรัญจวนจิต
ดั่งโดนฤทธิเสน่หามาปักสิง
หมายมอบกายและใจให้พักพิง
อยากแอบอิงเสน่หาอีกคราแล้ว.....อัสดง


๏ แต่ครั้งนี้อีกคราเกินกว่าหลบ
แรงประสพรัญจวนครวญเสียงแผ่ว
ระริกไหวเสน่หามาผ่านแวว-
ตาน้องแก้วสื่อถามบอกความนัย.....แม่ค้าหน้าหวาน


๏ ในแรงเล่ห์เสน่ห์รัก ผลักดันจิต
ครามืดมิดยังแลเห็น เช่นน้ำใส
มีแต่ความรู้สึก ลึกภายใน
ที่ปันให้สองเรา เคล้าหนึ่งเดียว.....toy


๏ มือสัมผัสรัดตอบรอบกายนี้
ดวงฤดีร่วมร้อยถ้อยคำเกี่ยว
กดกอดเก็บเจ็บนักรัดเป็นเกลียว
ไม่คิดเหลียวแลใครแม้ใก้ลตา.....อัสดง


๏ ด้วยซ่านซึ้งคะนึงถึงรอยจูบ
ยามโลมรูปน้องนุชสุดปรารถนา
อยากเอียงซบไออุ่นหนุนสักครา
เสน่หาตรึงทรวงล้นดวงมน.....แม่ค้าหน้าหวาน


๏ หากคืนนี้ไม่พับไป ไกลเสียก่อน
ขับกล่อมกลอนกล่อมน้อง ต้องจิตสน
ในดารามีเดือนดาว พราวกมล
ในจิตตนมีเธอ นะดวงใจ.....toy


๏ หากคืนนี้พาน้องข้ามราตรี
ซบ-อกพี่ตรงนั้นมิหวั่นไหว
ขอกลิ่นกรุ่นอุ่นกายหมายฤทัย
แนบความนัยใคร่รักปักใจลง.....อัสดง


๏ ร่วมกล่อมขวัญสองเรามาเคล้าจิต
แนบสนิทเนื้อนามความลุ่มหลง
ในความรักภักดีที่ซื่อตรง
นวลอนงค์มอบกายมาก่ายเกย.....แม่ค้าหน้าหวาน


๏ ซบจมูกเนาว์เคล้าแนบ ผิวนวลน้อง
สายตามองเรือนร่าง อย่างเปิดเผย
รอยสัมผัสยังรัดตรึง เหมือนเพิ่งเคย
พี่อยากเอ่ยความใน สู่ใจนาง.....toy


๏ แอบเอียงอายกายสั่นสะพรั่นหนาว
คราวเนื้อสาวผ่าวร้อนวอนพี่ห่าง
ใจนึกกลัวภาพนี้ที่เลือนราง
จวบรุ่งสางร่างช้ำร่ำเรื่อยไป.....อัสดง


๏ อ่อนระทวยรวยรินในกลิ่นรัก
แจ้งประจักษ์เนื้อนามที่หวามไหว
สยบแล้วเพลงรักตระหนักนัย
เกินห้ามใจฉุดจินต์ถวิลครวญ.....แม่ค้าหน้าหวาน


๏ ประหนึ่งหลอมกายา พาขึ้นสู่
ผ่านประตูดูสวรรค์ มิหันหวล
ต่างกอดก่ายกายแน่น แสนรัญจวน
ในสายตาพาเชื้อชวน หวลสู่เธอ.....toy


ขอบคุณ แม่ค้าหน้าหวาน และ พี่toy ที่ได้ร่วมต่อกลอนนะค่ะ

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554

๐ สัจจาธรรม ๐



ชีวิตของคนเราก็เท่านี้
ทำสิ่งดีคงไว้เป็นความหลัง
บาปและบุญตามติดอนิจัง
ชีวิตยังไม่สิ้นดิ้นกันไป
โลกมันกว้างทางเดินให้เหินห่าง
แม้แต่กต่างหว่างกันนั้นไฉน
จงยอมรับปรับสู้รู้ด้วยใจ
วันฟ้าใหม่ใสสดจรดแรง

สัจจาธรรมในโลกล้วนเป็นจริง
มิอ้างอิงสรรสร้างมาเสริมแต่ง
หากเข้าใจรสธรรมอย่าได้แบ่ง
ทุกวันแข่งยื้อแย่งทำความดี


พระอาทิตย์อัสดง

๐ จดหมายถึงคนดี ๐ (ฉบับที่ 2)



ถึง...คนดีของหัวใจ

Room   28   F   ,  HaiSong
Bldg,TaiTan 9  Rd Futian
SHENZHEN  ,  CHINA

 Thursday  11  November  2010

หยิบกระดาษปากกาพาขีดเขียน
ด้วยความเพียรเรียนรู้ใจคนหนึ่ง
ทุกบรรทัดวรรคตอนก่อนรำพึง
ยังคิดถึงซึ้งใจที่ให้มา
ยังคงรักภักดีนี้ก็รู้
ยังคงสู้ดูแลแคร์ถามหา
ยังคอยหวงห่วงใยทุกเวลา
ขอบคุณหนาพาเรารู้จักกัน

ภาพความหลังครั้งเก่าเราจำได้
ด้วยหัวใจใครนั้นใช่ภาพฝัน
ต่างต่อเติมเสริมรักจักสัมพันธ์
ด้วยคืนวันผันผ่านนานนับปี

หากความห่างทางไกลทำใจเจ็บ
ก็จงเก็บเหน็บไว้ให้ล้นปรี่
เว้นช่องว่างหว่างใจให้กันที
ขอแค่มีที่ว่างทางดวงใจ

อย่าได้ทุกข์คนดีมีกันอยู่
จงมองดูรู้ทางห่างแค่ไหน
อย่าระทมตรมเศร้าเหงาเพราะไกล
เพราะคุณใกล้ในจิตคิดถึงกัน


พระอาทิตย์อัสดง

~ ลำนำ...คำหวาน ~


อ่านลำนำคำรักว่ามักหวาน
เหมือนว่าปานหัวใจใครจะขาด
ลงอักษรกลอนรักปักใจบาด
ได้แต่ปาดน้ำตาพากล่ำกลืน

เพราะเขามีคำหวานหว่านเรียงร้อย
มีเพียงถ้อยรับขวัญเมื่อยามตื่น
มีใครใครส่งใจทุกวันคืน
เราทนฝืนคืนนี้ไม่มีใคร

หวานนักหวานความหวานก็คงหวา
แสนยาวนานผ่านวันยังหวั่นไห
หากความรักทำหวานจนบาดใจ
ขอหลีกไกลกลัวใจให้ขาดกัน


พระอาทิตย์อัสดง

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

~ ส่งแรงใจให้เป็นพลัง ~


หม่นไหม้ใจระทม 
ต้องตรอมตรมจมน้ำตา
เจ็บร้าวคราวหนักหนา 
สิ้นชายคาล้าอ่อนแรง

ทนทุกข์สุขห่างหาย 
มิเว้นวายคล้ายยื้อแย่ง
น้ำหลากทุกหนแห่ง 
ฟ้าสิ้นแสงแบ่งตะวัน

ขาดน้ำอาหารแห้ง 
ข้าวของแพงแล้งแล้วฝัน
จะอยู่อย่างไรกัน 
ขอฟ้านั้นพลันเห็นใจ

ดับทุกข์ปลุกให้ตื่น 
ขอเราฟื้นคืนได้ไหม
ร่วมด้วยช่วยกันไป 
ส่งแรงใส่ให้พลัง

ขอวอนอ้อนเทวา
จงเมตตาพายับยั้ง
ต่อนี้จะจริงจัง
เป็นกำลังให้คนไทย

พระอาทิตย์อัสดง

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

~ น้ำตาสาวคืนหนาวเหน็บ ~


~ น้ำตาสาวคืนหนาวเหน็บ ~

คืนเหน็บหนาวร้าวรานสะท้านทรวง
ใจทั้งดวงร่วงหล่นปนความเศร้า
สายเมฆหมอกหลอกล่อล้อใจเรา
ยังคงเหงาเฝ้าพร่ำร่ำรำพัน

ไร้เหตุผลทนหนาวคราวหวั่นไหว
สู่กลางใจให้ช้ำย้ำว่าฝัน
เจ็บหนาวนี้ที่มีทุกคืนวัน
เฝ้ามองจันทร์ผันเปลื่ยนเจียมตัวตน

หมอกจางจางกลางทุ่งรุ่งฟ้าสาง
คงเลือนลางร้างลาทุกแห่งหน
แสนเจ็บปวดรวดร้าวสาวจำทน
สุดหมองหม่นคนรักมักจากไกล

น้ำตาสาวพราวหยดรดลงพื้น
เสียงสะอื้นคืนค่ำน้ำตาไหล
หยดน้ำค้างพร่างตามาที่ใจ
หม่นฤทัยให้ร้าวหนาวเปลียวกาย


พระอาทิตย์อัสดง


~ เกลาคำรักอักษรา ~


 ~  เกลาคำรักอักษรา  ~


หมื่นร้อยคำย้ำพจน์บทกวี
ดวงฤดีมีใจให้บ้างไหม
กานท์กลอนรักอักษรที่อ้อนไป
ส่งถึงใจคลายเหงาเศร้าทรวงนัย

แม้อักษรกลอนเหงาเฝ้าป่วนจิต
โปรดพินิจคิดดูผู้หวั่นไหว
ถึงใจร้าวหนาวทรวงดวงฤทัย
อย่าเสียใจใครหนึ่งยังซึ้งรอ

มาวันนี้คงรู้ถึงผู้ให้
เพียงเปิดใจใตร่ตรองแค่ร้องขอ
ใจเว้าวอนอ้อนรักมักเคลียคลอ
หวังเพียงก่อต่อใจใฝ่ถึงกัน

โอ้กลอนรักอักษราว่าแสนหวาน
คอยขับขานสานรักถักถึงฝัน
สร้างวิมานแห่งรักปักสัมพันธ์
เธอผู้นั้นมั่นรักอักษรา



พระอาทิตย์อัสดง

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

*~ น้ำตาที่บ่าริน ~*




นครินทร์ค่าล้ำ...แดนสรวง
เมืองเก่านครหลวง...ก่อนนี้
อุดมชั่วแดดวง...คงมั่น
 ชูช่อรอรวงชี้...ทั่วท้องนาไร่ฯ

เพลงเรือในลุ่มน้ำ....แดนดิน
รำร่ายหมายดวงจินต์...ผ่านคุ้ง
แสนสุขชื่นชีวิน...สืบทั่ว
ไอกลิ่นหอมอาบรุ้ง...รุ่งเช้ารวงทองฯ


ยาวนานมองผ่านไซร์...กรุงไกร
กลายกลับดับวูบไหว....รุ่มร้อน
ตัดโคนป่าหมดใย...หาไม่
แลกค่าเงินเพียงก้อน...ต่ำต้อยด้อยเอยฯ

หลากไหลเผยท่วมท้น...เรือนชาน
สาแก่ใจคนพาล...หว่านไว้
ลำเค็ญร่ำขับขาน...บอกเล่า
ผลพืชยังพันธุ์ไม้...หมดสิ้นชั่วกาลฯ

ใจรนรานร่ำร้อง...โหยหา
ทุกสิ่งหายบอกลา...ล่วงน้ำ
มลายลับกับตา...คืนค่ำ
ใจเจ็บเก็บตอกย้ำ...อ่อนล้าสิ้นแรงฯ


พระอาทิตย์อัสดง

9 ตุลา 2554


ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยที่ประสบภัยด้วยนะค่ะ 


วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

~บทเพลงรักใต้เงาดาว~



~บทเพลงรักใต้เงาดาว~


ประสานเสียงเพลงร้อง
เป็นทำนองร๊อคขาโจ๋
ขยับขาพาโก้
จะร้องโชว์สนั่นคืน

เสียงดีดกรีดกีตาร์
สายน้ำตาล่วงมิฝืน
ตะโกนแม้กล่ำกลืน
ยามดึกดื่นยังตื่นตา
 
สำเนียงเสียงกระชาก
เหมือนจะพรากจากโหยหา
สะท้านถึงธารา
ถึงจันทรานภาลัย

สุดเสียงเพียงร่ำร้อง
น้ำตานองต้องหวนไห้
เจ็บแปลบแสบดวงใจ
เพราะห่วงใยใครหนึ่งคน

อดีตกรีดความหวาน
วันคืนผ่านมานสุขล้น
ขอบคุณที่ทุกข์ทน
แล้วผ่านพ้นมาพบกัน

เศร้าใจในคืนเหงา
มีเพียงเงาเฝ้าแต่ฝัน
กระซิบคำรำพัน
รักนิรันดร์มั่นทรวงนัย

พร่ำร้องทำนองเพลง
ยังบรรเลงอย่างสดใส
หมดสิ้นน้ำรินใจ
อยู่ต่อไปไม่เดียวดาย

สงบแล้วทุกสิ่ง
ยังคงนิ่งมิห่างหาย
รู้ซึ้งถึงข้างกาย
ดาวเรียงรายหมายล้อมจันทร์


พระอาทิตย์อัสดง

7 ตุลา 2554

.~ ช่อรักหักใจ ~.



.~ ช่อรักหักใจ ~.

เหมือนช่อรักหักลงตรงกลางใจ
หวั่นฤทัยหมองหม่นจนหมดสิ้น
รักแปรเปลี่ยนวียนซ้ำช้ำโรยริน
แม้ถวิลจินต์ครวญยังรวนเร

หากแต่ใจคงเพ้อละเมอหา
ทุกเพลาพาคะนึงถึงรักเล่ห์
ที่ลวงหลอกไห้หวนจนซวนเซ
รักหักเหเล่ห์ร้อยปล่อยตรอมตรม

****************

ช่อรักหักลานลง
หวั่นใจหลงคงขื่นขม
เจ็บปวดร้าวระทม
ให้สาสมจมน้ำตา

รักเปลี่ยนเวียนซ้ำซาก
เหมือนมาจากพรากโหยหา
หมายลวงดวงทุกครา
สุดอ่อนล้าพาเหนื่อยใจ

****************


พระอาทิตย์อัสดง

28 กันยา 2554

๐ Letter ๐


ถึง...คนดีของหัวใจ


Room  28  F ,  HaiSong
Bldg,TaiTan 9  Rd Futian
SHENZHEN  ,  CHINA
Thursday  22  Sep  2011

ถึงคนดีที่รักสลักฝัน
รอทุกวันจดหมายหายถามหา
น้องอยู่ดีมีสุขทุกเพลา
แล้วพี่หนาอย่าลืมคืนแห่งใจ

แปลกเสียจริงวันนี้พี่คิดถึง
แสนสุดซึ้งตรึงตราพาหวั่นไหว
พี่พูดมาน้องอายขายความนัย
ดวงฤทัยให้ห่วงว่าหวงจัง

ระยะทางห่างไกลใจถึงคุณ
อกไอุ่นกรุ่นกายคล้ายโดนขัง
โอบกอดรัดในทรวงดวงแทบพัง
ชั่งน่าชังน่าสนคนอะไร

กระดาษน้อยคอยพี่ที่เขียนมา
น้องรู้ว่าพี่รักมากแค่ไหน
ขอบอกพี่ผ่านลมห่มดวงใจ
กระซิบไปใฝ่รักปักชีวัน


พระอาทิตย์อัสดง

22 กันยา 2554








เมียน้อยคนที่ 4

     

      กริ๊งๆๆ .... เสียงโทรศัพท์ดัง ฮัลโหล ที่รักหรอ เตรียมกับข้าวด้วยอีก 10 นาที จะถึงบ้านแล้ว แค่นี้นะ แล้วเดี๋ยวเจอกัน 

รีบลุกไม่จัดเตรียมอาหาร จานชามวางพร้อมทานได้เลย

เสียงลูกบิดประตู รีบเดินไปรีบกระเป๋า พร้อมกับถามว่า เหนื่อยไหมค่ะวันนี้

"เหนื่อยนิดหน่อย หิวมากกว่า"

      จัดเตรียมเสร็จแล้วคะ ล้างมือแล้วทานได้เลย "เดินเข้าบ้านไม่คิดจะหอมแก้มหน่อยเลย"    เฮ้ออ ..  ทำใจล่ะไม่ใช่พึ่งเป็น ก็เป็นมานานจนชินซะงั้น

      หลังจากทานข้าวเสร็จ คุณที่รักก็เดินไปที่ระเบียงพร้อมกับเมียหลวง ปากประกบปาก บดเบียด ดูดเข้าออกอย่างเมามันส์   ทำให้คนที่เป็นเมียน้อยอย่างเราอดที่จะ เก็บความโมโหเอาไว้ไม่ไหว

    "ฉันจะทนต่อไปไม่ไหวแล้วนะ"  เห็นตำตาแบบนี้เราจะทนต่อไปได้อย่างไร เราควรจะทำกับชีวิตยังไงดี แต่ได้คิดอยู่ในใจ  ก้มหน้าเก็บจานชามไปล้าง

        แค่นั้นยังไม่พอ คุณที่รักยังไม่หยุดแค่นั้น  เดินเข้าไปในห้องส่วนตัวพร้อมกับเมียคนที่สอง  มันเหมือนเครื่อง  ออโตเมติค ที่เปิดปุ๊ป ติดปั้บ ยังไงยังงั้น หน้าต่อหน้าชนกัน พร้อมกับกด และกระแทก เสียงดังจนทำให้รู้สึกอึดอัด จนบอกไม่ถูก อยากจะเข้าไปในห้องและ กระชากทั้งสองให้ห่างจากกัน แต่ฉันก็คงทำได้แค่เพียง นั่งดูหนังละคร อย่างเงียบๆ และเดียวดาย
   

        ตอนนี้ก็ได้เวลาเที่ยงคืนแล้ว  คุณที่รักอันเป็นที่รัก ก็ยังไม่คิดจะนอนกับฉัน  หันไปหา เมียน้อยคนที่สามอย่างไม่ลังเล รูปร่าง ของเธอมันคงชั่งถนัดมือ กระชับรับกับมือ นิ้วโป้งของสามีได้คลึงไปที่สองปุ่ม อย่างเมามันส์ และไม่คิดจะหยุด การสัมผัส แบบนั้นแหละที่ฉันต้องการที่สุด

        แต่ไม่เคยได้เลย ฉันต้องหลบไปในห้องนอน  รอเวลาที่จะถึงคิวของฉันบ้าง มันเป็นอย่างนี้ทุกวัน และฉันก็ไม่เคยได้ เหมือนอย่างที่ เมียสาม ของสามีฉันได้รับ


        วันพรุ่งนี้ ฉันจะพูดกับสิ่งที่ฉันต้องการมาตลอด ที่รัก เมื่อไหร่คุณจะจูบฉันอย่างดูดดื่ม เหมือนที่คุณดูดบุหรี่บ้างค่ะ และฉันอยากให้คุณจ้องหน้าฉันใกล้ๆ  เหมือนอย่างที่คุณนั่งอยู่หน้าจอคอมทุกวัน และฉันต้องการสัมผัสและไออุ่น จากคุณ อย่างที่คุณให้กับรีโมท เกมเพลย์ทู บ้างล่ะค่ะ


         ความรู้สึกของเมียน้อย คนที่ 4 อย่างฉัน คงได้พูดกับสามีสักวัน

        "คงได้แต่คิด จะเข้าปีที่ 11 ล่ะ ชาชิน"


       
พระอาทิตย์อัสดง 
    
ขีดเขียฯ 20 กันยา 2554 / 21.59 น